Pages

Top Ad

Key Maps:

latest, MAP, OFFICIAL MAP, BASE MAP

advertisement

Land Use and Building Regulations

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการก่อสร้างอาคาร บทนำ การใช้ประโยชน์ที่ดินและการก่อสร้างอาคารเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎ...

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการก่อสร้างอาคาร

บทนำ

การใช้ประโยชน์ที่ดินและการก่อสร้างอาคารเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายที่ควบคุมการใช้ที่ดิน (land use) และกฎหมายที่ควบคุมการก่อสร้างอาคาร (building control) ผู้ที่ต้องการจะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องพิจารณากฎหมายทั้งสองด้านควบคู่กัน เพราะกฎหมายเหล่านี้เป็นตัวกำหนดชนิดการใช้พื้นดิน ขนาด ความสูง ลักษณะอาคาร และเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ



กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน (Land use laws)

บทบาท : ควบคุมการนำที่ดินไปใช้ในเชิงนโยบายและผังเมือง เช่น กำหนดโซนสี ว่าแต่ละพื้นที่ใช้เพื่ออยู่อาศัย พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือพื้นที่สงวน

ตัวอย่างกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง :

  • พ.ร.บ. การผังเมือง (และผังแม่บท/ผังบริเวณ) — กำหนดโซนสีการใช้ที่ดิน และเงื่อนไขการพัฒนาในแต่ละโซน
  • พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน — ควบคุมการปรับระดับพื้นที่ การขุดถมที่อาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือโครงสร้างพื้นฐาน
  • พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม — กำหนดมาตรการป้องกันมลพิษ ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
  • กฎหมายเกี่ยวกับเขตป่าไม้ พื้นที่สงวน และกฎหมายพาณิชย์/ค้าปลีก-ค้าส่ง ในกรณีที่การใช้ที่ดินมีผลต่อกิจการเฉพาะด้าน

หลักการใช้บังคับ :

พิจารณาลำดับความสำคัญของกฎหมายตามลำดับชั้น (hierarchy) และวันที่ประกาศใช้

ผลของกฎหมายมักมีผลตั้งแต่วันที่ประกาศใช้เป็นต้นไป ไม่ใช่ย้อนหลัง หากมีการขออนุญาตใช้ประโยชน์/ก่อสร้างและได้รับอนุญาตก่อนกฎหมายฉบับใหม่ประกาศใช้ การอนุญาตเดิมยังคงมีผลจนกว่าจะมีการขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ใหม่ (subject to specific transitional provisions)


ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ :

  • ตรวจสอบผังเมืองปัจจุบันและการแก้ไขผังก่อนเริ่มโครงการ
  • ตรวจสอบข้อจำกัดพิเศษ (เช่น เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เขตอุทยาน เขตป่าไม้)
  • ตรวจสอบสิทธิที่ดิน และสภาพการขออนุญาตเดิมที่อาจให้สิทธิใช้ต่อได้


กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาคาร (Building laws)

บทบาท : กำหนดกฎเกณฑ์ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เพื่อความปลอดภัย สุขภาพ และสาธารณประโยชน์ เช่น ข้อกำหนดด้านความสูง ความกว้าง เสถียรภาพ ทางหนีไฟ ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่จอดรถ เป็นต้น

กฎหมายสำคัญ :

  • พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 — เป็นกฎหมายหลักควบคุมการออกแบบและก่อสร้างอาคารในปัจจุบัน
  • พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 — บางประเด็นยังอ้างอิงได้ เช่น เรื่องการจัดที่จอดรถในบางกรณี (ต้องตรวจข้อบังคับเฉพาะ)

ตัวอย่างข้อกำหนดที่พบบ่อย :

  • อาคารสูง (เช่น สูงเกิน 23 เมตร) มีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องความมั่นคง โครงสร้าง ระบบหนีไฟ ระบบดับเพลิง และการเข้าถึงฉุกเฉิน
  • ขนาดและรูปร่างที่ดินที่ต้องการ เช่น หน้ากว้างที่ดินติดถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 12 เมตร หรือการติดทางสาธารณะที่ต้องมีเขตทางไม่น้อยกว่า 10 เมตร ตามเกณฑ์เฉพาะของหน่วยงาน
  • ข้อกำหนดที่จอดรถ ระบบบำบัดน้ำเสีย และระยะร่นจากแนวเขตที่ดิน/ถนน


หลักการใช้บังคับ :

  • สำหรับอาคารที่ขออนุญาตใหม่ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่ยังมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน
  • สำหรับอาคารที่ก่อสร้างไปแล้ว ให้ยึดข้อกำหนด/เงื่อนไข ณ เวลาอนุญาตก่อสร้าง (transitional/ grandfathering rules) เว้นแต่มีคำสั่งหรือต้องแก้ไขตามกฎหมายปัจจุบันเมื่อมีการปรับปรุงหรือขออนุญาตใหม่


ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ :

  • ตรวจสอบใบอนุญาตเดิมและเอกสารแบบแปลน เพื่อพิจารณาสภาพทางกฎหมายของอาคารเดิม
  • ปรึกษาวิศวกร/สถาปนิกและหน่วยงานท้องถิ่น (เทศบาล/อบต./เขต) เพื่อให้แน่ใจว่าแบบและโครงการสอดคล้องกับข้อกำหนด
  • คำนึงถึงข้อกำหนดพิเศษ เช่น การป้องกันอัคคีภัย การเข้าออกของรถพยาบาล-รถดับเพลิง การอพยพร้านและผู้คน


การเชื่อมโยงระหว่างกฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดินและอาคาร



ขั้นตอนปฏิบัติทั่วไปก่อนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:

  1. ตรวจสอบสถานะที่ดินและสิทธิ (โฉนด/น.ส.3/สัญญาเช่า ฯลฯ)
  2. ตรวจสอบผังเมืองและข้อจำกัดการใช้ที่ดิน (โซนสี ข้อห้าม/ข้อจำกัด)
  3. ประเมินความเป็นไปได้เชิงกายภาพ (ขนาดที่ดิน ฟรอนต์ถนน ระดับดิน ฯลฯ)
  4. ออกแบบเบื้องต้นตามข้อจำกัดผังเมืองและข้อกำหนดอาคาร
  5. ยื่นคำขออนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (อนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดิน, อนุญาตก่อสร้าง, EIA/รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมถ้าจำเป็น)
  6. ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตและการตรวจรับทุกขั้นตอน


ข้อควรระวัง:

  • กฎหมายผังเมืองและข้อกฎหมายอีกหลายฉบับอาจมีการแก้ไขบ่อย จึงต้องอัปเดตก่อนดำเนินโครงการ
  • เงื่อนไขการอนุญาตเดิมอาจให้สิทธิใช้งานต่อได้ แต่การเปลี่ยนแปลงการใช้หรือการปรับปรุงอาคารอาจทำให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับปัจจุบัน
  • การสื่อสารกับหน่วยงานราชการและการจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมาย/วิชาชีพช่วยลดความเสี่ยงในการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย


สรุปสั้น ๆ

การพัฒนาและใช้ประโยชน์ที่ดินต้องพิจารณากฎหมายสองด้านหลักคือ กฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน (กำหนดโซนและข้อจำกัดการใช้) และกฎหมายควบคุมอาคาร (กำหนดมาตรฐานการก่อสร้าง) ทั้งสองด้านต้องสอดคล้องกัน และต้องตรวจสอบระยะเวลาการประกาศใช้กฎหมายและใบอนุญาตเดิมเพื่อพิจารณาสิทธิและภาระผูกพันก่อนดำเนินการ

ไม่มีความคิดเห็น

Latest Articles