Pages

Top Ad

Key Maps:

latest, MAP, OFFICIAL MAP, BASE MAP

advertisement

Value ! ราคาประเมินราชการ vs ราคาประเมินตลาด ต่างกันอย่างไร?

  สรุปชัด! ราคาประเมินราชการ vs ราคาประเมินมูลค่าตลาด ต่างกันอย่างไร? ในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ เรามักจะได้ยินคำว่า "ราคาประเมิน...

 สรุปชัด! ราคาประเมินราชการ vs ราคาประเมินมูลค่าตลาด ต่างกันอย่างไร?


ในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ เรามักจะได้ยินคำว่า "ราคาประเมิน" อยู่บ่อยครั้ง แต่ทราบหรือไม่ว่าราคานี้มี "2 ภาคส่วน" ที่มีที่มาและวัตถุประสงค์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

1. ราคาประเมินราชการ (Assessed Value)

ชื่ออย่างเป็นทางการคือ "ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม"

  • ผู้กำหนด: กรมธนารักษ์
  • รอบการประกาศ: ปกติจะปรับทุกๆ 4 ปี (รอบปัจจุบันคือปี พ.ศ. 2566 - 2569)
  • ที่มาของราคา: วิเคราะห์จากสถิติการจดทะเบียนซื้อขายที่สำนักงานที่ดินในอดีต ผสมผสานกับการแบ่งโซนตามสภาพกายภาพของถนนและซอย
  • วัตถุประสงค์หลัก:

    • ใช้เป็นฐานคำนวณ ค่าธรรมเนียมการโอน
    • ใช้คำนวณ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และ อากรแสตมป์/ภาษีธุรกิจเฉพาะ
    • ปัจจุบันยังใช้เป็นฐานในการคำนวณ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เราต้องจ่ายกันทุกปีด้วยครับ

2. ราคาประเมินทรัพย์สิน หรือ ราคามูลค่าตลาด (Market Value)

คือ มูลค่าที่คาดว่าจะซื้อขายกันได้จริงในสภาวะตลาดปกติ

  • ผู้กำหนด: บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินเอกชน หรือความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย
  • รอบการประกาศ: เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามกลไกตลาด (Demand & Supply)
  • ที่มาของราคา: วิเคราะห์จากราคาเสนอขาย (Asking Price) และราคาที่มีการซื้อขายกันจริงในปัจจุบัน (Transacted Price) รวมถึงศักยภาพในการทำกำไรของทรัพย์สินนั้นๆ
  • วัตถุประสงค์หลัก:
    1. ใช้พิจารณา อนุมัติสินเชื่อธนาคาร (LTV)
    2. ใช้กำหนด ราคาขายจริง หรือหาผู้ร่วมลงทุน
    3. ใช้ประกอบการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REIT)

หัวข้อเปรียบเทียบราคาประเมินราชการ (Assessed Value)ราคาประเมินทรัพย์สิน/ราคามูลค่าตลาด (Market Value)
หน่วยงานที่กำหนดกรมธนารักษ์บริษัทประเมินเอกชน / กลไกตลาด (ผู้ซื้อ-ผู้ขาย)
รอบการปรับปรุงทุก ๆ 4 ปี (ตามรอบบัญชี)เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Real-time) เมื่อมีการทำประเมินมูลค่า
ฐานข้อมูลที่ใช้สถิติการจดทะเบียนย้อนหลัง 1-3 ปีราคาเสนอขายปัจจุบัน และราคาซื้อขายจริงล่าสุด
ความละเอียดประเมินแบบรายโซน/รายถนน (Mass Appraisal)ประเมินเฉพาะรายแปลง (Individual Appraisal)
วัตถุประสงค์หลักใช้คำนวณภาษีโอน, อากร, และภาษีที่ดินฯใช้ยื่นกู้ธนาคาร, กำหนดราคาขาย, ลงทุน
ความสะท้อนราคาจริงมักต่ำกว่าราคาตลาด (ยกเว้นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ)สะท้อนมูลค่าปัจจุบันตามศักยภาพของทรัพย์สิน
ช่องทางตรวจสอบเว็บไซต์กรมธนารักษ์ (Online)จ้างบริษัทประเมิน / สำรวจราคาตลาดในพื้นที่

ทำไมราคาสองอย่างนี้ถึงไม่เท่ากัน? (เจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญ)

1. "ความสดใหม่" ของข้อมูล (Time Lag) ราคาประเมินราชการใช้ข้อมูลย้อนหลังและล็อกราคาไว้ถึง 4 ปี แต่ราคาตลาดขยับตามข่าวสารและโครงการใหม่ๆ เช่น เมื่อมีรถไฟฟ้าสถานีใหม่มาลง ราคาตลาดจะพุ่งไปทันที ในขณะที่ราคาราชการต้องรอจนกว่าจะขึ้นรอบบัญชีใหม่

2. มาตรฐานการแจ้งราคาจดทะเบียน ในอดีตมีการแจ้งราคาซื้อขายที่สำนักงานที่ดินต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อประหยัดภาษี ทำให้ฐานข้อมูลที่กรมธนารักษ์นำมาวิเคราะห์ต่ำกว่าความเป็นจริงตามไปด้วย (แม้ปัจจุบันจะมีการตรวจสอบเข้มงวดขึ้นก็ตาม)

3. ข้อจำกัดด้านบุคลากร vs จำนวนแปลงที่ดิน ที่ดินในไทยมีมากกว่า 30 ล้านแปลง แต่เจ้าหน้าที่รัฐมีจำกัด การสำรวจจึงทำเป็นรายโซน (Mass Appraisal) ต่างจากบริษัทประเมินเอกชนที่ลงพื้นที่สำรวจ "ทีละแปลง" (Individual Appraisal) ทำให้เห็นข้อดีข้อเสียเฉพาะตัวของที่ดินได้ชัดเจนกว่า


สิ่งที่ต้องระวังในปี 2026

  • ราคาตลาด "ต่ำกว่า" ราคาราชการ: ในยุควิกฤตเศรษฐกิจ หรือพื้นที่ที่ความเจริญย้ายหนี (เช่น แหล่งการค้าเก่าที่ซบเซา) เราอาจพบว่าประกาศขายเท่าไหร่ก็ไม่มีคนซื้อ จนราคาตลาดหล่นลงมาต่ำกว่าราคาราชการได้ กรณีนี้เรายังต้องเสียภาษีโอนตาม "ราคาราชการ" ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ต้องระวัง
  • การเชื่อมโยงข้อมูล Digital: ปัจจุบันกรมธนารักษ์เริ่มนำเทคโนโลยี GIS และ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์มากขึ้น ทำให้ราคารอบใหม่ๆ เริ่มขยับเข้าใกล้ราคาตลาดมากขึ้นกว่าในอดีต

สรุป

  • ดูราคาราชการ เพื่อเตรียมเงินจ่าย "ค่าภาษีและค่าโอน"
  • ดูราคามูลค่าตลาด เพื่อพิจารณาว่า "ควรซื้อ/ขายที่ราคานี้หรือไม่" และจะกู้แบงก์ได้เท่าไหร่

💡 "หมายเหตุ" 

  • กฎหมายใหม่: ตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินราชการกลายเป็นภาระภาษีรายปี ไม่ใช่แค่ตอนโอนอีกต่อไป การตรวจสอบราคาประเมินจึงมีความสำคัญต่อเจ้าของทรัพย์สินทุกคน
  • ค่าเสื่อมราคา: ราคาราชการมีตารางค่าเสื่อมที่ตายตัวตามอายุอาคาร แต่ราคาตลาดจะพิจารณาจาก "สภาพการบำรุงรักษาจริง" ซึ่งบ้านเก่าที่รีโนเวทใหม่จะมีราคาตลาดสูงกว่าราคาราชการอย่างมาก
  • ศักยภาพแฝง: ราคาตลาดจะให้ค่ากับ "โอกาสในอนาคต" เช่น แผนการตัดถนนใหม่ที่กำลังจะมาถึง แต่ราคาราชการจะรอให้ถนนสร้างเสร็จและมีการจดทะเบียนซื้อขายเกิดขึ้นจริงก่อน ข้อมูลถึงจะถูกนำมาปรับปรุง


บทความนี้เรียบเรียงโดย PropertyRead เพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมอสังหาฯ ได้ง่ายขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น

Latest Articles