Pages

Top Ad

Key Maps:

latest, MAP, OFFICIAL MAP, BASE MAP

advertisement

Environmental Protection Area│พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

  พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม นั้น เป็นพื้น ที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ได้รบการประกาศโดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 43 - 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมแล...

 

พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม นั้นเป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ได้รบการประกาศโดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 43 - 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 

เพื่อเป็นกลไกควบคุมและยับยั้งการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบหรือส่งเสริมการดําเนินการใด ๆ ในการฟิ้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในนั้นที่ควบคู่กับการดําเนินงานด้ายวิธีอื่น



รายละเอียดเงื่อนไขการขออนุญาตก่อสร้างอาคารที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมและ EIA โดยเน้นประเด็นสำคัญดังนี้

1. พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Area)

พื้นที่เหล่านี้ถูกประกาศโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 43 ถึง 45 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพื่อควบคุมกิจกรรมที่อาจกระทบต่อระบบนิเวศ โดยปัจจุบันมีพื้นที่หลักๆ ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องระวัง ได้แก่:

พื้นที่เกาะและชายฝั่ง: ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, เกาะสมุย, เกาะพะงัน, เกาะเต่า รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

พื้นที่เฉพาะทางนิเวศวิทยา: บางกะเจ้า (สมุทรปราการ), พื้นที่ถนนสายต้นยางนา (เชียงใหม่-ลำพูน) และ อ.บางละมุง-อ.สัตหีบ (ชลบุรี)

เงื่อนไขสำคัญ: ในพื้นที่เหล่านี้ มักจะมี "ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" เฉพาะเขตพื้นที่นั้นๆ กำหนด เกณฑ์การก่อสร้างที่เข้มงวดกว่ากฎหมายควบคุมอาคารปกติ เช่น การจำกัดความสูงตามระดับความสูงของน้ำทะเลหรือระยะห่างจากแนวชายฝั่ง และการกำหนดสัดส่วนพื้นที่ว่าง (Open Space) ที่มากกว่าปกติ


2. ประเภทอาคารที่ต้องจัดทำรายงาน EIA

การขออนุญาตก่อสร้างอาคารบางประเภท ไม่เพียงแต่ต้องทำตามกฎหมายควบคุมอาคาร แต่ต้องได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อน จึงจะออกใบอนุญาตก่อสร้าง (ท.1 หรือ อ.1) ได้ ประเภทอาคารหลักที่มักเกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน ได้แก่:

  • อาคารอยู่อาศัยรวม (คอนโดมิเนียม/หอพัก): ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป หรือมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โครงการจัดสรรที่ดิน (บ้านจัดสรร): ที่มีจำนวนที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ 500 แปลงขึ้นไป หรือ เนื้อที่เกินกว่า 100 ไร่
  • โรงแรมหรือสถานที่พักตากอากาศ: ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 60 ห้องขึ้นไป หรือ มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ: (ตามนิยามกฎหมายควบคุมอาคาร) ในบางพื้นที่ที่กำหนดไว้เป็นพิเศษ


3. รายงานสิ่งแวดล้อมระดับรอง (IEE)

ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่คุณเขียนถึง บางโครงการที่มีขนาดเล็กกว่าเกณฑ์ EIA แต่อยู่ในพื้นที่อ่อนไหว อาจถูกกำหนดให้จัดทำ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) แทน ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับในการขอใบอนุญาตก่อสร้างเช่นกัน


4. ข้อควรระวังเชิงกฎหมายสำหรับผู้ประเมินและผู้พัฒนา

ลำดับการขออนุญาต: ต้องได้รับความเห็นชอบ EIA/IEE จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ก่อน หน่วยงานท้องถิ่นถึงจะออกใบอนุญาตก่อสร้างได้

ระยะเวลา: การทำ EIA มักใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป ซึ่งมีผลต่อต้นทุนการถือครองที่ดิน (Holding Cost)



พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทั้ง 11 แห่งในประเทศไทย

(คลิกที่ชื่อ กฎ/ประกาศกระทรวง เพื่อ download ไฟล์ประกาศ)

ทั้งนี้จะมีเนื้อหาโดยสรุป(และภาพประกอบ)จาก สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  8 แห่งในประเทศไทย (บางส่วน) 
ดังนี้

➢ พื้นที่ถนนสายต้นยางนา จ.เชียงใหม่ และจ.ลำพูน 



➢ พื้นที่บางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ 





➢ พื้นที่ อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 




➢ พื้นที่แนวชายฝั่งทะเล จ.เพชรบุรี และจ.ประจวบคีรีขันธ์ 





➢ พื้นที่ อ.เกาะสมุย อ.เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี 



➢ พื้นที่แนวชายฝั่งทะเล จ.พังงา 



➢ พื้นที่แนวชายฝั่งทะเล จ.กระบี่



➢ พื้นที่ จ.ภูเก็ต 




ไม่มีความคิดเห็น

Latest Articles