เจาะลึกนวัตกรรมเฝ้าระวังคาร์บอน: การใช้งานแพลตฟอร์ม GISTDA Carbon Atlas (Event Map) ในยุคที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูม...
เจาะลึกนวัตกรรมเฝ้าระวังคาร์บอน: การใช้งานแพลตฟอร์ม GISTDA Carbon Atlas (Event Map)
1. ทำความรู้จักกับ GISTDA Carbon Atlas (Map Event)
Carbon Atlas คือ แพลตฟอร์มบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกที่ทำงานบนฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศ (GIS) และข้อมูลจากดาวเทียม โดยเน้นไปที่การติดตาม ตรวจสอบ และรายงาน (Monitoring, Reporting, and Verification - MRV) การเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติที่มีผลต่อปริมาณคาร์บอน
หน้า Map Event ถูกออกแบบมาเพื่อนำเสนอข้อมูลในเชิง "เหตุการณ์" หรือ "ช่วงเวลา" เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นภาพรวมความเคลื่อนไหวของการดูดซับและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศแบบกึ่งเรียลไทม์ (Near Real-time)
2. เครื่องมือและฟังก์ชันการใช้งานที่สำคัญ
เว็บไซต์ Carbon Atlas (Map Event) มาพร้อมกับชุดเครื่องมือระดับผู้เชี่ยวชาญที่ใช้งานง่าย ดังนี้:
- Interactive Satellite Map (แผนที่ดาวเทียมอัจฉริยะ): ผู้ใช้งานสามารถเลือกเลเยอร์ข้อมูลที่ต้องการแสดงผลได้หลากหลาย เช่น พื้นที่กักเก็บคาร์บอน และจุดความร้อน (Hotspots)
- Carbon Sequestration Monitor: เครื่องมือแสดงค่าการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ต่างๆ โดยใช้แบบจำลอง AI และ Machine Learning วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อประเมินความหนาแน่นของมวลชีวภาพ
- Emissions Tracking (ระบบติดตามการปลดปล่อย): ติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ในที่โล่ง ทั้งพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งระบบจะวิเคราะห์ความรุนแรงและผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศ
- Time-Series Analysis (การวิเคราะห์ย้อนหลัง): ฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้เปรียบเทียบข้อมูลคาร์บอนในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
3. ฟังก์ชันพิเศษ: การซ้อนทับเลเยอร์ "ที่ดินของรัฐ" เพื่อการวิเคราะห์เชิงลึก
- พื้นที่ป่าเศรษฐกิจและป่าอนุรักษ์: ผู้ใช้สามารถเปิดเลเยอร์เพื่อดูขอบเขตของ ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบพื้นที่แนวเขตที่ดินในเขตป่าสวนแห่งชาติ
- พื้นที่คุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืช: ข้อมูลแผนที่ของ อุทยานแห่งชาติ, วนอุทยาน, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
- ระบบนิเวศชายฝั่ง: เลเยอร์ข้อมูล ป่าชายเลน
- การจัดการที่ดินระยะยาว: ข้อมูลแผนที่ ป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี
4. ขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้น
เพื่อให้การใช้งานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ใช้สามารถทำตามขั้นตอนดังนี้:
- การเข้าถึงระบบ: เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์
https://carbonatlas.gistda.or.th/map/event - การเลือกเลเยอร์ข้อมูล (Layer Selection): ด้านข้างของหน้าจอจะมีแถบเครื่องมือ ให้เลือกเมนู "ที่ดินของรัฐ" แล้วติ๊กเลือกประเภทพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบ เช่น "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า" เพื่อดูว่าพื้นที่เหล่านั้นมีการกักเก็บคาร์บอนกี่ตันต่อไร่
- การใช้งาน Dashboard: ระบบจะสรุปข้อมูลสถิติที่สำคัญไว้ในรูปแบบกราฟและตัวเลข เพื่อให้เห็นภาพรวมของประเภทที่ดินที่เลือก
- การตรวจสอบเหตุการณ์ (Event Tracking): ผู้ใช้สามารถซ้อนเลเยอร์ "จุดความร้อน" ทับบน "เลเยอร์ป่าสงวนแห่งชาติ" เพื่อตรวจสอบว่าเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด และกระทบต่อตัวเลขคาร์บอนรวมเท่าใด
5. การประยุกต์ใช้งานในภาคส่วนต่างๆ
- ภาคธุรกิจและคาร์บอนเครดิต: ตรวจสอบตำแหน่งที่ดินว่าอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่ของรัฐประเภทใด เพื่อยื่นขออนุญาตทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจก (T-VER) ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
- หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น: ใช้ขอบเขตจากเลเยอร์ที่ดินของรัฐเพื่อบริหารจัดการแผนป้องกันไฟป่าและฟื้นฟูสภาพป่าในเขต วนอุทยาน หรือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ในความดูแล
- นักวิจัยและภาคประชาชน: ติดตามสถานการณ์การบุกรุกพื้นที่ ป่าไม้ถาวร หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ส่งผลต่อสมดุลธรรมชาติ
บทสรุป
การเพิ่มข้อมูล เลเยอร์ที่ดินของรัฐ เข้ามาในเว็บไซต์ GISTDA Carbon Atlas ช่วยยกระดับจากการเป็นเพียงแผนที่ดาวเทียม ให้กลายเป็นเครื่องมือบริหารจัดการทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ การรวมข้อมูลป่าสงวน อุทยาน และป่าประเภทต่างๆ เข้ากับข้อมูลคาร์บอน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษา "สินทรัพย์สีเขียว" ของชาติได้อย่างเป็นระบบ และโปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยีอวกาศ
สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจการเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้ในรูปแบบที่เห็นภาพมากขึ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากวิดีโอนี้ครับ:




ไม่มีความคิดเห็น